Showing posts with label ดอกบัว. Show all posts
Showing posts with label ดอกบัว. Show all posts

Monday, February 4, 2013

ประเภทของ บัว

ประเภทของ บัว

ประเภทของ บัว

คนไทยเราโดยทั่วไปแล้วรู้จักบัวดีแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็น บัวหลวง บัวขาว ที่เรามักนำดอกมาใช้บูชาพระ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงสามารถเก็บฝักเพื่อใช้ในการบริโภค อีกทั้งยังมี บัวผัน บัวเผื่อน ที่ให้ดอกสวยงามน่าตื่นตา รวมไปถึง บัวสาย ที่เราสามารถเก็บสายบัวอ่อนๆมาเพื่อประกอบอาหารรับประทาน

บัวเป็นพืชน้ำล้มลุก ลักษณะลำต้นมีทั้งแบบที่เป็น ไหล เหง้า หรือหัว โดยใบจะเป็นใบเดี่ยวๆซึ่งเจริญงอกงามขึ้นมาจากลำต้น โดยมีก้านใบทำหน้าที่ส่งใบขึ้นมาเจริญเหนือน้ำ ผิวน้ำ หรือบางครั้งอาจจะอยู่ใต้น้ำ รูปร่างของใบส่วนใหญ่จะออกไปทางลักษณะกลมและแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสาย พันธุ์

ดอกเป็นดอกเดี่ยวแบบสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงจำนวน 4-6 กลีบ กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและกลีบดอกไม่ซ้อน สิ่งที่สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นก็คือสีสันที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ ชนิด บัวที่พบเห็นและนิยมปลูกในประเทศไทยเรามีอยู่ด้วยกัน 2 วงศ์ และสามารถแยกย่อยออกเป็น 3 สกุล ได้แก่

1. วงศ์ NELUMBONACEAE

สกุล Nelumbo บัวหลวง หรือ ปทุมชาติ(ชื่อสามัญ Lotus) 

คนโบราณมักจะใช้ชื่อภาษาสันสกฤตเรียกว่า "ปทุม" หรือ "ปทุมชาติ" มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชีย มีล้ำต้นอาศัยอยู่ใต้ดินเป็นลักษณะแบบเหง้าและมีไหลขยายตัวออกไป ลักษณะของใบกลมเขียว ก้านดอกและใบมีหนาม ก้านดอกและก้านใบจะยืดยาวชูสูงพ้นผิวน้ำ มีทั้งดอกป้อมและดอกแหลม กลีบดอกชนิดซ้อนและไม่ซ้อน ปกติแล้วดอกจะบานเวลากลางวันขณะที่ดอกบานจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ โดยจะบานอยู่ประมาณ 4-5 วันกลีบก็จะเริ่มโรย เมล็ดภายในฝักสามารถนำมารับประทานได้บำรุงร่างกายเป็นอย่างดี่


2. วงศ์ NYMPHAEACEAE

สกุล Nymphaea อุบลชาติ (ชื่อสามัญที่ใช้เรียก Waterlily) ลักษณะลำ ต้นอยู่ใต้ดินโดยมีลักษณะเป็นหัวหรือเหง้า คือกลุ่มบัวผัน บัวเผื่อน จงกลนี บัวสาย บัวนางกวัก บัวยักษ์ออสเตรเลีย ซึ่งสามารถแยกออกไปเป็นประเภทย่อยๆอีก

โดยพวกที่มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและเขตหนาว ใบกลมขอบใบเรียบ ดอกลอยเหนือน้ำและมีเฉพาะพวกดอกบานกลางวัน ดอกสีคราม ฟ้า น้ำเงินและสีม่วง เจริญเติบโตเป็นเหง้าใต้ดินขนานไปกับผิวดิน สามารถสลัดใบหรือผลิใบก้านสั้นหนา จมอยู่ใต้น้ำในฤดูหนาวที่ผิวหน้าของน้ำที่เป็นน้ำแข็งเพื่อปรับตัวให้อยู่ รอด และเจริญเติบโตส่งใบลอยขึ้นเหนือน้ำใหม่อีกครั้งเมื่อน้ำอุ่นขึ้นช่วงที่น้ำ แข็งบริเวณผิวน้ำละลาย สามารถมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไปทุกฤดูในเขตหนาว นักพฤกษศาสตร์ต่างประเทศเรียก "Castalia Group" แต่นักเกษตรต่างประเทศนิยมเรียก "Hardy Water lily" จึงได้มีผู้บัญญัติศัพท์ใช้ในภาษาไทยว่า "อุบลชาติประเภทยืนต้น" แต่ชื่อนี้ยาวไป ดร.เสริมลาภ วสุวัต ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องบัว ได้เรียกชื่อใหม่ว่า "บัวฝรั่ง" เหตุเพราะมีถิ่นกำเนิดในแถบต่างประเทศ ให้เรียกกันง่ายๆจำง่ายและเข้ากับชื่อไทยในประเภทนี้อย่าง บัวผัน บัวเผื่ีอน บัวสาย เป็นต้น

อีกประเภทหนึ่งคือ "อุบลชาติประเภทล้มลุก" (Tropical Water Lily) พวกบานกลางวันคือ บัวผัน บัวเผื่อน ดอกจะมีเฉดสีแทบทุกสียกเว้นสีดำ ส่วนพวกบางกลางคืน คือ บัวสาย มีเฉพาะสีแดง ชมพู และขาว โดยลักษณะใบของพวกบานกลางวันขอบใบจักมนไม่เป็นระเบียบ เส้นใต้ใบไม่โป่ง ส่วนพวกดอกบานกลางคืนของใบจักแหลมมีระเบียบ เส้นใต้ใบโป่ง

บัวอีกชนิดหนึ่งที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอุบลชาตินี้ชั่วคราว เพราะมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนพบในประเทศไทย ได้แก่บัว "จงกลนี" เป็นบัวที่มีลักษระใบเป็นรูปกลมรีคล้ายไข่ ลักษณะเฉพาะคือดอกเมื่อบานแล้วจะไม่หุบ บานตลอดเวลาอาจเนื่องมาเพราะบัวจงกลนีมีกลีบดอกแผ่จำนวนมากเมื่อบานแล้วจึง ไม่สามารถหุบกลับได้เหมือนบัวบางชนิด ไม่มีประวัติทางวิชาการพฤกษศาสตร์ของจงกลนี เท่าที่สืบทราบมีหลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์จากวรรณคดีอ้างถึงเมื่อ ครั้งกรุงสุโขทัยร่วม 800 กว่าปีมาแล้วมีการปลูกบัวจงกลนีเป็นไม้ประดับในสระน้ำ โดยนักพฤกษศาสตร์ไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานกับต่างประเทศเพื่อ กำหนดและจัดอนุกรมวิธานของจงกลนีเพราะเป็นบัวที่พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

สกุล Victoria  บัววิกตอเรีย
ชนิดสุดท้ายคือ "บัวกระด้ง" หรือบัววิกตอเรีย (Giant waterlily or Amazon waterlily)
เป็นไม้น้ำพันธุ์พื้นเมืองจากทวีปอเมริกา และแถบลุ่มน้ำอเมซอนของบราซิล บัวกระด้งมีขนาดใหญ่ที่สุด ขอบใบมีการยกตัวขึ้นตั้งตรงเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างคล้ายกระด้ง ข้างของเครื่องใช้ภายในครัวเรือนของไทยเราแต่เก่ามา  เป็นบัวที่เจริญเติบโตจากเมล็ด 

ราชินีแห่งไม้น้ำ บัว ดอกบัว Nymphaeaceae ชนิด การปลูก การขยายพันธุ์

บัว > ดอกไม้  ดอกบัว บัว เป็นไม้น้ำที่มีดอกสวยงามเป็นที่นิยมปลูกประดับตามบ้านและตามสวนหย่อม บัว ของไทยมีหลายชนิด แบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้
ดอกบัว


บัวหลวง
หรือดอกบัวที่ใช้จัดแจกันบูชาพระ มีดอกและใบชูขึ้นเหนือน้ำ ใบสีเขียวนวลค่อนข้างกลม ขอบใบเรียบ ผิวด้านบนมีขนอ่อนๆ และนวล ดอกมี 4 สี ได้แก่ สีขาว สีแดง สีชมพู และสีเหลือง ติดผลเป็นฝัก การขยายพันธุ์ บัวหลวงมีไหล ชอนไชไปตามหน้าดิน ต้นใหญ่จะเกิดมาจากไหลเหล่านั้น ปลูกต้นเดียวถ้าไม่ตายในหนึ่งปีขายออกไปได้เยอะจนกระทั่งเต็มบึง
บัวสาย เป็นบัวที่อยู่ตามหนองบึงที่มีระดับน้ำลึก เป็นบัวที่ชาวบ้านมักนิยมเก็บก้านดอกมาทำอาหาร หรือที่เรียกว่า สายบัว แม้ปัจจุบันนี้ยังนิยมนำมาปรุงอาหารเช่น แกงเลียงสายบัว บัวสายมีใบที่ใหญ่ ขอบใบหยัก มีดอกสีบานเย็น สีขาว และสีชมพู ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน   การขยายพันธุ์ บัวสายมีเหง้าอยู่ใต้ดิน เมื่อต้นเก่าโทรมไปเมื่อน้ำแห้ง ครั้นถึงฤดูน้ำท่วมหัวเหล่านั้นก็จะแตกต้นอ่อนขึ้นมาใหม่ และอีกแบบคือการเพาะเมล็ด
บัวผัน บัวเผื่อน  เป็นบัวพื้นเมืองที่ขึ้นอยู่ตามทุ่งนา ตามหนองน้ำ และน้ำคูน้ำริมถนนที่พบเห็นได้ทั่วไปเมื่อเดินทางออกไปตามชนบทที่มีน้ำท่วมขัง ดอกบานตอนเช้าและหุบในตอนเย็น ใบรูปไข่จนถึงกลม ดอกมีหลายกลีบ มีกลิ่มหอม  การขยายพันธุ์ใช้วีธีการเพาะเมล็ด
บัวลูกผสมกลุ่มบัวผัน  บัวผันมีดอกเล็กและมีกลีบดอกน้อย ปัจจุบันได้มีการผสมพันธุ์ผัวบันเกิดเป็นบัวลูกผสมที่กลีบดอกซ้อนสีสันสวยงาม และเป็นที่นิยมปลูกประดับกันทั่วไป บัวประดับที่พบเห็นส่วนใหญ่ล้วนเป็นบัวลูกผสมของกลุ่มบัวผันเกือบทั้งหมด  สำหรับชื่อของพันธุ์ลูกผสมนั้นมีชื่อเรียกกันมากมายแล้วแต่ผู้คิดค้นพันธุ์จะตั้งชื่อ ตั้งชื่อตามเจ้าของบ้าง ตั้งชื่อใหม่ตามจินตนาการบ้าง จดจำกันไม่หวัดไม่ไหว   ขายยพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
อีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในเมืองไทย ได้แก่บัวนอกหรือบัวฝรั่ง มีสีสันสวยงาม มีรูปทรงดอกสวย ใบกลมมันสวย สมัยก่อนมีราคาแพงต้นละ 1000 กว่าบาท ลดลงมาเหลือ 500 บาท 300 บาท จนตอนหลังนี้เหลือกระถางละ 150 บาท ไปจนถึง กระถางละ 50 บาท แต่ไปอาจจะราคา 3 กระถาง 100 ,  แต่ละชนิดมีสีสวยงามทั้งสีขาว สีแดง สีชมพู สีเหลือง ดอกเหลืองเกสรชมพู สารพัด บัวนอกจะมีลำต้นอยู่ใต้ดิน เจริญเติบโตไปทิศทางข้างหน้าลักษณะเหมือนไหลบัว การขยายพันธุ์เพียงแค่ตัดลำต้นออกเป็นท่อนๆ แล้ววางไว้ก็จะแตกกอใหญ่ออกมามากมาย ด้วยเหตุที่ขยายพันธุ์ง่ายจึงทำให้ราคาลดลงอย่างรวดเร็ว
กลับหน้าแรก  ดอกไม้   /  หน้าแรกทัวร์ดอย  ข้อมูลท่องเที่ยว    แกลเลอรี่ภาพบัวสวยๆ

บัว บัว บัวต่างประเทศ บัว Pearl of the Pool
บัวผันลูกผสม บัว สายพันธุ์ต่างประเทศปลูกลงบ่อ บัวต่างประเทศ Rose Arey Hybrid บัว Pearl of the Pool
ลาภปรเสิรฐ ดอกบัว บัวสาย ลินจง ดอกบัว Attraction
บัว ลาภประเสริฐ
Yellow Dazzler
บัวสาย ลินจง บัว Attraction
บัวม่วง ดอกบัว Rose Arey ดอกบัว Gloriosa บัวหลวง
Panama Pacific บัวนอก Rose Arey บัว Gloriosa บัวหลวง

ดอกบัวกับการเปรียบเปรย

ฝีฝักบัว หมายถึง ฝีชนิดหนึ่ง ที่มีหลายหัวคล้ายฝักบัว หรือมีหัวรวมใหญ่เป็นหัวเดียวมักขึ้นตามหลังและต้นคอ  



                                                    ดอกบัวกับการเปรียบเปรย



                                                           ภาพจาก :  http://www.dmc.tv

ดอกบัวกับการเปรียบเปรย


             “ดอกบัว” นับเป็นดอกไม้ที่คนไทยเราคุ้นเคยเป็นอย่างมาก เพราะใช้ในการบูชาพระอยู่เป็นประจำ
 แม้แต่การแสดงความเคารพด้วยการประนมมือของเรา หากดูดี ๆ ก็จะเห็นว่าคล้ายรูปดอกบัว
การที่ดอกบัวเป็นดอกไม้ที่ใช้ในพิธีมงคล คงเป็นเพราะธรรมชาติกำเนิดของดอกบัว ได้แสดงให้เห็นถึง
ปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างลึกซึ้ง กล่าวคือ แม้จะเกิดในโคลนตม แต่เมื่อโผล่พ้นน้ำขึ้นมารับแสงสว่างแล้ว
 กลีบดอกกลับสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งใดแปดเปื้อน เสมือนคนที่เกิดมาแล้ว หากเข้าถึงหลักธรรมก็สามารถ
เป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลส และความทุกข์ทั้งปวงได้ อย่างไรก็ดี ดอกบัว มิได้เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเรา
เพียงแค่เป็นดอกไม้บูชาพระเท่านั้น แต่ “บัว” ยังมีบทบาทต่อวิถีชีวิตไทย ในอีกหลากหลายลักษณะ
 ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำบางส่วน
จากหนังสือ “ปกิณกคดีวิถีชีวิตไทยในเรื่องบัว” ของนางฤดีรัตน์ กายราศ มาเสนอเพื่อเป็นความรู้ดังต่อไปนี้

       บัวกับชื่อของคน การที่บัวได้รับความนิยมว่าเป็นไม้มงคล ทำให้ถือว่าเป็นมงคลนาม
จึงมีการนำไปตั้งชื่อหญิงสาวทั้งในวรรณคดี และชีวิตประจำวันมากมาย เช่น นางปัทมาวดี ในนิทานเวตาล,
นางปทุมเกสรในบทละครเรื่องพระอภัยมณี, นางบัวคลี่ ในเสภาขุนช้างขุนแผน , ส่วนชื่อพื้นบ้านก็ได้แก่
สายบัว บัวแก้ว บัวเผื่อน บัวผัน เป็นต้น นอกจากนี้ ก็ยังมีการประยุกต์นามขึ้นใหม่ โดยนำคำจาก
ภาษาบาลีสันสกฤตมาสมาส และสนธิจนเกิดเป็นคำที่ออกเสียงไพเราะ เหมาะที่จะใช้เป็นชื่อบุรุษและสตรี
 เช่น คำว่า “กมล” มีความหมายว่า ใจ หรือขยายเป็น กมลา หมายถึง พระลักษมี คือ ผู้อยู่ในดอกบัว
กมลวรรณ แปลว่า ผู้มีวรรณะดังดอกบัว โกมุท โกเมศ หมายถึง บัวสายสีขาว บงกช แปลว่า ผู้เกิดแต่ตม
 บุษกร หมายถึง บัวสีน้ำเงิน บุษบง บุษบัน หมายถึง ดอกบัวเผื่อน บุณฑริก หมายถึง ดอกบัวขาว ลินจง
 เป็นชื่อบัวสีชมพูและบัวสีแดง จงกล หรือจงกลนี เป็นชื่อบัวสายที่มีกลีบซ้อนกันหลายชั้นสีชมพูอ่อน
สาโรธ หรือ สาโรช แปลว่า ดอกบัว อรพินท์ คือ ดอกบัว และกรณิกา หมายถึง ฝักบัว เป็นต้น

      บัวกับความเชื่อเรื่อง “ฝัน” มีความเชื่อโบราณทำนายความฝันเกี่ยวกับดอกบัวว่า ถ้าผู้ใดฝันเห็นดอกบัว
 จะมียศฐาบรรดาศักดิ์ นำเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูล ถ้าฝันเห็นดอกบัว และได้ถือดอกบัวในมือ
จะได้ลาภหรือข้าทาสบริวาร หรือได้ข่าวอันเป็นมงคลจากพี่น้อง หญิงมีครรภ์ หากฝันถึงดอกบัว
จะได้บุตรเป็นชาย แต่ถ้ายังไม่แต่งงาน ฝันเห็นดอกบัว หมายถึง อาจจะได้คู่ครองในไม่ช้านี้
ถ้าฝันว่าดมดอกบัว จะได้พบญาติพี่น้องจากแดนไกล ถ้าฝันว่าได้บริโภคเง่าราก และใบบัวกับผลาหาร
อันมีรส จะหายจากโรค เป็นต้น

        บัวในตำราพิชัยสงคราม ในการออกศึกสงคราม แม่ทัพผู้บัญชาการรบ จะพิจารณาเลือกการจัดทัพ
ตามลักษณะพยุหะ(กระบวนทัพ) ที่มีอยู่ในตำราพิชัยสงครามให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นขณะยกทัพ หรือการตั้งค่าย เพื่อความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ทุกขณะ ซึ่งการจัดทัพ
รูปทรงดอกบัวที่ชื่อว่า “ปทุมพยุหะ” ก็มีอยู่ในตำราด้วย กล่าวคือ เป็นการจัดผังเป็นรูปดอกบัวตูม
กำหนดการวางทัพ โดยมีกองร้อยอยู่ส่วนยอดลดหลั่นลงมาเป็น พลทวน กองม้า กองช้าง กองเขน
กองไล่ ส่วนทัพใหญ่ และทัพรองตั้งมั่นอยู่ตรงส่วนฐาน การจัดทัพแบบปทุมพยุหะเหมาะกับภูมิประเทศ
ที่เป็นที่ราบกลางทุ่ง ใช้ได้ทั้งการตั้งค่ายและยาตราทัพ

      บัวกับชื่อโรค คือ ฝีฝักบัว หมายถึง ฝีชนิดหนึ่ง ที่มีหลายหัวคล้ายฝักบัว หรือมีหัวรวมใหญ่เป็นหัวเดียว
 มักขึ้นตามหลังและต้นคอ (ฝี หมายถึง โรคที่มีอาการบวมนูนและกลัดหนอง ขึ้นตามที่ต่างๆในร่างกาย
 สาเหตุมักเกิดจากการติดเชื้อรา บักเตรี หรือไวรัส )

     บัวกับชื่อจังหวัดต่างๆ เช่น ปทุมธานี เป็นเมืองเก่า มีมาแต่แรกสถาปนาพระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ
บ้านสามโคก ครั้นต่อมาขยายเป็นชุมชนใหญ่ เพราะมีชาวรามัญที่ อพยพหนีภัยมาอยู่มากขึ้น
ในสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงมีน้ำพระทัยเมตตา ต่อครอบครัวชาวรามัญเป็นอย่างมาก เคยเสด็จฯ
ทางชลมารคมาเยี่ยมเยียนดูแลทุกข์สุข ชาวรามัญต่างพา กันถวายดอกบัวเพื่อแสดงความจงรักภักดี
จึงได้พระราชทานนามเมืองใหม่ให้ เพื่อเป็นสิริมงคลว่า “เมืองประทุมธานี” มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นตรี
ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้เปลี่ยนคำว่า “ประทุมธานี” เป็น “ปทุมธานี” แทน
พร้อมทั้งเปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เมืองสามโคก เป็นเมืองที่อุดมด้วยดอกบัวมาแต่โบราณ
จึงมีประเพณีแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ว่าพระมหาอุปราชจะเสด็จลงเรือมาเก็บดอกบัวเบญจพรรณ
นำไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน ในการพระราชพิธีเทศน์มหาชาติเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จ-
พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เคยเสด็จฯ มาเก็บดอกบัวที่เมืองนี้เช่นกัน ส่วนอุบลราชธานี มีข้อสันนิษฐานว่า
น่าจะมีความหมายเป็นเครื่องระลึก ถึงดินแดนดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือ เมืองหนองบัวลุ่มภู
หรือนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน รวมทั้งนามของผู้สถาปนาเมืองคนแรกคือ พระประทุมวรราชสุริยวงศ์
นอกจากสองจังหวัดนี้แล้ว ยังมีหนองบัวลำภู เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณมีอายุประมาณ ๙๐๐ ปีครั้นสมัยอยุธยา
ก็ขึ้นกับอาณาจักรอยุธยาเช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

              บัวกับชื่อวัด ในประเทศไทยมีวัดจำนวนน้อยที่มีชื่อสัมพันธ์กับบัว เช่น วัดรางบัว, วัดบึงบัว, วัดบัวผัน,
วัดฉัตรแก้วจงกลนี, วัดบัวขวัญ, วัดอุบลวนาราม, วัดบัวทอง, วัดบัวสุวรรณประดิษฐ์, วัดปทุมทอง,
วัดบางกอบัว, วัดบัวโรย, วัดสระบัว, วัดบัวแก้วเกษร เป็นต้น

         สำนวนที่เกี่ยวกับบัว ได้แก่ บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น มีความหมายว่า รู้จักผ่อนปรนเข้าหากัน
มิให้กระทบ กระเทือน รู้จักถนอมน้ำใจไม่ให้ขุ่นเคือง บางคนก็ใช้ว่า บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น
บัวใต้น้ำ เป็นคำเปรียบคนที่มีสติปัญญาทึบ ไม่มีโอกาสบรรลุธรรม โดยปริยาย หมายถึง คนโง่
บัวบังใบ เป็นคำเปรียบหมายถึง เห็นผิวเนื้อรำไร ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด หมายถึง
ความชั่วหรือความผิดร้ายแรงที่คนรู้กันทั่วแล้ว จะปิดปังอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เป็นต้น

            นอกจากนี้ “บัว” ยังมีความหมายอื่นๆ เช่น บัวคอเสื้อ หมายถึง ปกคอเสื้อแบบหนึ่ง
เป็นแผ่นผ้าโค้งรอบคอ ปลายมน และเรียกเสื้อชนิดนี้ว่า เสื้อคอบัว
            บัวนาง หมายถึง นมผู้หญิง
            บัวบาท หมายถึง บัวที่ผุดขึ้นมารองรับบาทของพระพุทธเจ้า  โดยยกย่องหมายถึงพระบาท
ของพระเจ้าแผ่นดินด้วย และ
            บัวลอย ก็หมายถึง ขนมชนิดหนึ่งทำด้วยแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นเม็ดกลมๆ เล็กๆ
ต้มในน้ำกะทิผสมน้ำตาล และบัวลอยยังเป็นชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง ใช้บรรเลงในงานศพ
            มุ้งสายบัว คือ ห้องคุมขังนักโทษ
            กบบัว คือ เครื่องมือชนิดหนึ่งสำหรับไสไม้หน้าโค้ง พานกลีบบัว เป็นพานทรงกลม
ที่ปากพานจะเป็นจักรๆ คล้ายปลายกลีบบัวเรียงซ้อนขึ้นไปโดยรอบ
             กระทะใบบัว คือ กระทะที่มีลักษณะกลม ปากผาย ก้นตื้น มีหูสำหรับจับสองข้าง
ใช้สำหรับประกอบอาหารคาวหวานได้ทั้งการหุง ต้ม ทอดและกวน ที่กล่าวมาข้างต้น

           เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวเกี่ยวกับ “บัว” ซึ่งหวังว่าจะทำให้ท่านผู้อ่านได้เห็น
            “ดอกบัว” ในความหมายที่หลากหลาย มากกว่าดอกไม้บูชาพระมากยิ่งขึ้น

                                            ที่มา  : http://www.agalico.com